'น้ำยาย้อมผม' กับ 'วันแม่แห่งชาติ'...ทั้งๆที่ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันได้เลย แต่แล้วด้วยสมองกับสองมือของข้าพเจ้าก็ทำให้มันมาเกี่ยวข้องกันได้ แต่ก่อนอื่นคงต้องบอกกับท่านๆทั้งหลายว่า 'จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด'

พูดไปพูดมาก็ชักจะหาสาระมิได้...เข้าเรื่องกันเถอะครับ จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มันเกิดจากการที่ข้าพเจ้านึกทำตัวเป็นลูกกตัญญู(?)อาสาย้อมศีรษะให้กับมารดาผู้ให้กำเนิด เนื่องในวันแม่แห่งชาติประจำปีพุทธศักราช 2552

ขั้นตอนการย้อมก็ง่ายๆ...บีบน้ำยาย้อมผมสักยี่ห้อหนึ่งใส่หัวของ 'คุณแม่' ต่อจากนั้นก็ทำการ 'ขยี้' ด้วยความเมามัน แต่การขยี้ในที่นี้ 'คุณแม่' ขอให้ขยี้ที่เส้นผม มิใช่ขยี้ที่หนังหัว...ดูเหมือนจะบอกช้าไปเล็กน้อย เพราะหนังศีรษะได้กลายเป็นสีน้ำตาลทองประกายม่วงไปเรียบร้อยแล้ว

เว้ากันซื่อๆ...จริงๆสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการสื่อสารและเล่าให้ฟังนั้นมิได้ข้องเกี่ยวกับวันหยุดในวันพรุ่งนี้แต่อย่างใด ข้าพเจ้าต้องการเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ 'วิวัฒนาการของน้ำยาย้อมผม' นี่เอง

เรื่องเริ่มต้อนมาจากคำบ่นของคนใกล้แก่ซึ่งระหว่างนั้นข้าพเจ้ากำลังขยี้เส้นผมใหท่านผู้นี้้อย่างมันมือ

'เดี๋ยวนี้ยังดี...เมื่อก่อนกลิ่นของน้ำยาย้อมผมเหม็นมาก ย้อมกันทีจะบ้าตาย'

แค่คำพูดประโยคเดียวทำให้เด็กเตรียมสอบอย่างข้าพเจ้าต้องมานั่งขยี้ตานั่งหน้าคอมฯ เพราะไอ้ความอยากรู้อยากเห็นตัวเดียวแท้ๆ...

หลายแห่งวิเคราะห์กันออกมาว่าน้ำยาย้อมผม/ดัดผมอะไรเทือกนี้ส่งผลให้เส้นผมมีความเปราะง่ายหากแต่มนุษย์อย่างเราๆท่านๆก็ยังคงนิยมใช้กันมาก คนหัวดำก็อยากหัวแดงหัวทอง คนหัวแดงหัวทองก็อยากดำซะอย่างนั้น...อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา

ข้าพเจ้าก็อยากลองย้อมสีม่วงดูเหมือนกัน...

อย่างไรก็ดีครับ...ยาย้อมผมในปัจจุบันก็ยังดีกว่าในอดีต ทั้งเรื่องกลิ่นและความปลอดภัย สมัยก่อนเมื่อครั้งกระนู้น (เมื่อไรนั้นข้าพเจ้าก็มิอาจล่วงรู้) น้ำยาย้อมผมได้ชื่อว่าอันตรายพอควรทีเดียว นอกจากอาจทำให้เกิดผื่นแดงแล้ว หากคุณนึกอยากเป็นโรคที่เขากำลังฮิตๆกันอบ่างโรคมะเร็งนี่...ลองใช้น้ำยาย้อมผมสูตรโบราณกาลดูก็ไม่เลวนัก

แต่ในปัจจุบันก็ยังไม่มีความปลอดภัย 100 % ดี...แต่นั่นแหละ มัวแต่คิดเล็กคิดน้อย อดสวย อดหล่อพอดีกัน...ถูกไหม ?

เอาเป็นว่าเมื่อปี พ.ศ. 2452 ร้อยปีก่อนนู้นนี่เอง ท่านสกูลเลอซึ่งเป็นนักเคมีแถบปารีสได้พัฒนาน้ำยาย้อมผมให้ปลอดภัยมากขึ้น เนื่องมาจากพี่ท่านพบสารตัวสำคัญที่ชื่อฟังดูเรียกยากๆขึ้น เผื่ื่อมีคนอยากรู้ ...สารตัวนี้ชื่อ “พาราเฟธีลีนไดอะซีน” ครับ

คุณสกูลเลอได้ตั้งบริษัทลอเรลขึ้นอีกด้วยแต่ยอดขายกลับไม่ฟู่ฟ่า อันเนื่องมาจากคุณผู้หญิงส่วนใหญ่เชื่อว่าการย้อมผมนั้นมีแต่นักแสดงเท่านั้นที่พึงกระทำ...

และแล้วก็มีโฆษณากับประโยคฮิตที่ช่วยให้กิจการน้ำยาย้อมผมของบริษัทแคลรอลรุ่งเรืองขึ้นมา ประโยคที่ว่าคือ 'เธอทำหรือเปล่า' ...อ่า ตอนนั้นรู้สึกว่าประโยคนี้คุณผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่คิดอะไรมาก หากแต่คุณผู้ชายกลับคิด ...ฮา...

ผู้คิอค้นประโยคเด็ดที่ติดปากคนไปทั่วบ้านทั่วเมืองนี้คือ นักเขียนคำโฆษณาชาวนิวยอรก์ ชื่อ เชอร์ลี โพลีคอฟนั้นเอง...แหม ช่างคิดดีจริง

หลังปลายทศวรรษที่ 60 เป็นต้นมา...น้ำยาย้อมผมก็ฮิตระบาดครับ ชะเอิงเอย...ใครสนใจมาร่วมธุรกิจกันได้ิ หากแต่ถ้าเป็นสาวสวยรับพิจารณาธุรกิจอย่างอื่นด้วยครับ...ฮา...

อ่า...เด็กเตรียมสอบอย่างข้าพเจ้ามานั่งเล่าเรื่องน้ำยาย้อมผมทำไมกันหนอ

ทีแบบนี้ขยันขึ้นมาทีเดียว อีหรอบนี้มีทีท่าว่าคงสอบเข้าที่ใดไม่ได้

...แต่ถ้าข้อสอบออกเรื่องแบบนี้อาจไม่แน่

 

ที่มา : http://www.siamsouth.com/smf/index.php?action=printpage;topic=7678.0

หวังว่าจะไม่มีคำผิดให้มาแก้อีกหลายรอบ

edit @ 11 Aug 2009 20:47:36 by asshold@fwesta

edit @ 11 Aug 2009 20:51:12 by asshold@fwesta

edit @ 11 Aug 2009 20:58:44 by asshold@fwesta

edit @ 11 Aug 2009 21:07:42 by asshold@fwesta